รายชื่อนักเตะ  

11 ตัวจริง: อลีสซง, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, ซิมิกาส, ฟาบินโญ่, มิลเนอร์, ติอาโก้, โจนส์, ซาลาห์ และเฟอร์มิโน่

สำรอง: อาเดรียน, เคลเลเฮอร์, โกเมซ, เอลเลียตต์, แรมซีย์, โรเบิร์ตสัน, นูนเญซ, คาร์วัลโย่, บาจ์เซติช และฟิลลิปส์

จังหวะสำคัญในเกม

  • นาที  85 ซาลาห์จิ้มบอลให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0
  • นาที  90+10 นูนเญซยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 2-0

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กับนาโปลี

นาที 2 ดิ ลอเรนโซ่ไหลเข้าเขตโทษจะให้อองกิสซ่า อลีสซงออกมาถึงบอลได้เร็ว

นาที 5 ซาลาห์จ่ายบอลตัดหลังให้โจนส์ตามไปยิงแบบยกบอลข้ามตัวเมเรต์ ลูกไปตกตรงหลังคาประตู

นาที 9 ควารัตสเคเลียพาบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะยิงเร็ว ลูกไม่ตรงกรอบ

นาที 17 ลิเวอร์พูลโต้กลับเร็ว เคลื่อนบอลมาตรงกลางก่อนติอาโก้จะส่งให้ซาลาห์ทางขวาซึ่งโยกหลอกตัวประกบแล้วเปิดเข้ากลาง ลูกลึกไปเข้ามือของเมเรต

นาที 29 ซาลาห์ไหลให้ติอาโก้วิ่งมาบรรจงแปเน้นๆตรงริมกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านการป้องกันของเมเรต

นาที 30 เฟอร์มิโน่ตวัดบอลเปิดของเทรนต์มาเข้ากลาง โจนส์โฉบมาโหม่ง ลูกไม่เข้ากรอบ

นาที 36 โกนาเตไปฟาล์วใส่โลบอตก้า รับใบเหลือง

นาที 42 ซาลาห์หลุดไปรับบอลทะลุช่องของโจนส์ก่อนจะได้ยิง ไปติดเซฟของเมเรต อย่างไรก็ตามมีธงล้ำหน้าขึ้นมาในภายหลัง

จบครึ่งแรกในแอนฟิลด์ เป็นเกมที่สนุก มีโอกาสหลายครั้งสำหรับทั้ง 2 ทีมแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

เกมในครึ่งหลัง

เริ่มครึ่งหลังที่แอนฟิลด์

นาที 48 ลิเวอร์พูลส่งเอลเลียตต์ลงมาแทนที่ของมิลเนอร์ที่ได้รับบาดเจ็บ

นาที 51 ซาลาห์ได้ยิงในจังหวะบอลตกมาเข้าทางเขาหลังจากเฟอร์มิโน่แย่งโหม่งกับแนวรับนาโปลี แต่ลูกเหินข้ามคาน

นาที 53 นาโปลีนำ 1-0 จาก ลีโอ ออสติการ์ด

นาที 56 ผู้ตัดสินตรวจสอบกับ VAR เป็นจังหวะล้ำหน้าของนาโปลี สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0นาที 60 ควารัตสเคเลียได้ยิงเน้นๆ บอลไปแฉลบเทรนต์นิดหน่อยก่อนจะไปตรงตัวของอลีสซง

นาที 72 นูนเญซได้ลงสนามมาแทนที่ของโจนส์

นาที 73 เทรนต์รับใบเหลืองจากการไปดึงเวลาให้ช้า

นาที 75 โลบอตก้าได้ตวัดยิงริมกรอบเขตโทษ ไม่เป็นปัญหาสำหรับอลีสซง

นาที 80 ซาลาห์จิ้มเปลี่ยนทางบอลของเทรนต์ ยังไม่ผ่านมือของเมเรต

นาที 85 ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามเข้าไปซ้ำจังหวะการโหม่งของนูนเญซที่ไปติดเซฟของเมเรตบนเส้นในทีแรก

นาที 87 แรมซี่ย์, บัจเซติค และคาร์วัลโย่ลงมาแทนที่ของเทรนต์, ติอาโก้ และเฟอร์มิโน่

นาที 90+2 ราสปาโดรี่เอี้ยวตัวยิงในเขตโทษ บอลข้ามคาน

นาที 90+4 ออสติการ์ดสไลด์ขวางการผ่านบอลอย่างยอดเยี่ยมของนูนเญซที่หวังจะให้ซาลาห์ออกไปนิดเดียว

นาที 90+4 นูนเญซรับใบเหลืองจากการไปฟาล์วใส่เอลมาส

นาที 90+10 ลิเวอร์พูลนำเป็น 2-0 หลังจากฟาน ไดจ์คโขกไปติดเซฟของเมเรตในทีแรกแต่เป็น ดาร์วิน นูนเญซ ที่ตามไปซ้ำเข้าไป!

จบเกม ลิเวอร์พูลปิดท้ายการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะที่แอนฟิลด์!