เกมในวันพุธที่ผ่านมาที่แอนฟิลด์เป็นตัวแทนของเกมกมกในมือที่หงส์แดงลงเล่นเท่ากับซิตี้ และพวกเขาอาศัยโอกาสนี้ปิดช่องว่างอย่างงดงาม

โมฮาเหม็ด  ซาลาห์(สองจุดโทษ), โจเอล มาติป, ซาดิโอ มาเน่(สอ) และเวอร์จิล ฟาน ไดจ์คมีชื่อทำประตู

นี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจจากแอคชั่นที่แอล4…

‘มาติป!’

แล้วมันก็มาถึง! การยืนเนิบๆ ในแนวรับของลิเวอร์พูลเป็นเครื่องหมายการค้าของเจ้าของเสื้อเบอร์ 32 ไปแล้ว แต่มันต้องใช้เวลากว่าเขาจะทำประตูแรกได้ และมันเกิดขึ้นหลังครึ่งชั่วโมงในเกมนี้ เมื่อเขาขึ้นสูงเข้าไปเล่นหนึ่ง-สองกับซาลาห์ และยิงอย่างเด็ดขาดผ่านอิลลาน เมส์ลิเย่ร์

ความยินดีของเพื่อนร่วมของเขาสะท้อนไปถึงอัฒจันทร์ และเดอะ ค็อปในแอนฟิลด์ต่างร้องเพลงยินดีกับการประตูของเขา

แคลป (ปรบมือ), แคลป, แคลป, แคลป, แคลป, แคลป, แคลป, แคลป, แคลป, แคลป… มาติป!

โอเว่นคือเป้าหมายต่อไปของซาลาห์

สองจุดโทษในครึ่งเวลาแรกของซาลาห์ทำให้เขาแซงหน้าแฮร์รี แชมเบอร์สขึ้นไปอันดับที่ 9 ดาวยิงตลอดกาลของสโมสร โดย 152 ประตูที่ทำได้กับหงส์แดงมาจากเพียง 234 เกม และทำให้เขามีค่าเฉลี่ยทำประตูต่อเกมดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ตำแหน่งของไมเคิ่ล โอเว่น (158 ประตู) คือเป้าหมายต่อไปของซาลาห์ ที่ทำไป 27 ประตูจาก 31 เกมในทุกรายการในฤดูกาลนี้ รวมกับแอสซิสต์ให้มาติปในวันพธแปลว่าเขาทำได้ 10+ ประตู และ10+ แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 3 หลังจากทำได้ในฤดูกาล 2017-18 และ 2019-20

ซาดิโอในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า

การที่โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ และดิโอโก้ โชต้า ต้องพักข้างสนาม ทำให้มาเน่ได้ยืนตรงกลางในสามประสานในแดนหน้าอีกครั้ง โดยสี่วันก่อนหน้านี้เขามีชื่อทำประตูในเกมกับนอริช และอีกสองประตูในวันพุธกับตำแหน่งเบอร์ 9 แบบคลาสสิก

ประตูแรกของดาวเตะเซเนกัลมาจากการจ่ายบอลอย่างไม่เห็นแก่ตัวของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน และมาเน่ยิงเข้าไปอย่างเด็ดขาด ก่อนจะอาศัยสัญชาตญาณยิงจังหวะบอลทะลักของดิว็อค โอริกี ทำประตูที่สอง

ตอนนี้มาเน่ทำไป 11 ประตูในพรีเมียร์ลีก มีแค่ 2 คนที่ทำได้ดีกว่าในดิวิชั่นคือซาลาห์ และโชต้า

เก้าเกมติดต่อกัน

ชัยชนะในวันพุธที่ผ่านมาเป็นเกมที่ 9 ติดต่อกันนับจากเสมอ 0-0 กับอาร์เซนอลในคาราบาว คัพ กลางเดือนมกราคม เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่หงส์แดงเก็บชัยชนะ 9 เกมติดต่อกัน

นครั้งนี้พวกเขาทำไป 25 ประตู และเสียไปเพียง 3 ประตู เช่นกันกับเก็บได้ถึง 6 คลีนชีต

หงส์แดงเก็บเรียบ

เกมที่ห้าสิบของติอาโก้

หลังลงมาพลิกเกมในการเจอกับนอริช ติอาโก้ อัลกันทาราลงเล่นเกมที่ 50 ในฐานะตัวจริงด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม เจ้าของเสื้อเบอร์ 6 ลงเล่นไป 67 นาทีพร้อมกับสถิติสัมผัสบอล 63 ครั้ง, จ่ายบอล 54(สำเร็จในอัตรา 92.6 เปอร์เซ็นต์) และจ่ายบอลยาวแม่นยำ 4 ครั้ง, เข้าสกัด 5 ครั้ง และตัดบอล 1 ครั้ง

สามสิบสองเกมของติอาโก้ที่ลงเล่นให้กับหงส์แดงจบลงด้วยชัยชนะ และแฟนบอลต่างยืนปรบมือให้กับฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาในจังหวะถูกถอดออกในระหว่างกลางของครึ่งหลัง