ประตูท้ายเกมของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และดาร์วิน นูนเญซ ที่แอนฟิลด์ หยุดสถิติไร้พ่ายในยุโรปของทีมจากเซเรีย อา ในขณะที่หงส์แดงจบด้วยอันดับรองแชมป์กลุ่ม

และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมดังกล่าว…

ซาลาห์ทำสถิติเทียบเท่าเจอร์ราร์ด

จังหวะยิงของเขาผ่านอเล็กซ์ เมเร็ตหน้าต่อเดอะ ค็อปก่อนหมดเวลา 5 นาที ทำให้เขามีสถิติเทียบเท่ากับสตีเวน เจอร์ราร์ดในฟุตบอลยุโรปที่ 41 ประตู ซึ่งไม่มีใครทำได้มากกว่า และยังเป็นประตูที่ 7 ของซาลาห์ในแชมเปปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ นำดาวซัลโวหลังจบค่ำคืนวันอังคาร

“ใครจะทำประตู เรื่องที่สำคัญที่สุดคือทีม” ซาลาห์กล่าวกับบีที สปอร์ตหลังเกม “ในฐานะศูนย์หน้าผมชอบการทำประตู ดาร์วินก็ชอบทำประตูเช่นกัน ซึ่งเรายินดีที่เราทั้งคู่ทำประตูได้ในวันนี้”

สถิติในบ้านที่ไร้ที่ติ

ชัยชนะในวันอังคารทำให้ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์เก็บชัยชนะ 3 เกมรวดในแชมเปียนส์ลีกที่แอนฟิลด์ โดยเป็นการชนะนาโปลี, รนเจอร์ส และอาแจ็กซ์ในบ้านสองฤดูกาลติดต่อกันเป็นครั้งแรก

 

โดยในฤดูกาล 2021-22 เป็นแอตเลติโก้ มาดริด, เอฟซี ปอร์โต้ และเอซี มิลานที่พ่ายแพ้ในระหว่างเส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศ

บอสขึ้นหลัก 400

เขาพยายามลดความสำคัญนี้ก่อนเกมวันอังคารที่ผ่านมา กับสถิติพิเศษในการคุมทีมลิเวอร์พูลนัดที่ 400 ในฐานะผู้จัดการทีมหงส์แดง โดยฉลองชัยชนะเกมที่ 249

มันยังเป็นผลงานที่น่าจดจำกับ 6 ถ้วยเมเจอร์จนถึงเวลานี้ โดยมีเพียงทอม วัตสัน, บิลล์ แชงคลีย์ และบ็อบ เพสลีย์เท่านั้นที่ไปถึงตัวเลข 400 เกม

“คุณจะจินตนาการยังไง ผมสนใจกับ 200, 300 เกมต่อไปมากกว่า ผมไม่ชัวร์ว่าจะถึง 4000 และหลังจากนั้นเราค่อนมาพูดคุยกัน”บอสกล่าวหลังจบเกม

ในขณะที่มีการร้องเพลงให้คล็อปป์ตลอดทั้งเกม กับเนื้อเพลงว่าผมดีใจที่เจอร์เก้นเป็นเด็กหงส์แดง

ยินดีต้อนรับการกลับมาของอิบู

‘อิบู’ เสียงตะโกนจากเดอะ ค็อป ครั้งแรกในฤดูกาลนี้มาจากต้นเกมกับนาโปลี ซึ่งเป็นเกมแรกของโกนาเต้ในแอนฟิลด์ในฤดูกาล 2022-23 โดยเซนเตอร์ฮาล์ฟรายนี้ไม่มีสัญญาณของสนิมเกาะจากการพลาด 5 เกมล่าสุด

การประจันหน้า ความแข็งแร่ง และดุดันในการเล่นบอลแสดงออกมาให้เห็นจากเจ้าของเสื้อเบอร์ 5  โกนาเต้ชนะการดวลกันกลางอากาศ 5 ครั้งตลอด 90 นาที โดยแย่งบอลคืนกลับมาได้ 6 ครั้ง และจ่ายบอลอย่างแม่นยำ 40 ครั้ง

เป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้เขากลับมา

ทุกสายตาจับจ้องไปที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

กับรอบแบ่งกลุ่มที่จบลง หงส์แดงจะหันเหความสนใจไปที่การจับสลากในวันจันทร์หน้า โดยการคว้าอันดับสองของกลุ่ม เอ ทำให้พวกเขามีโอกาสจะจับเจอกับแชมป์กลุ่ม ยกเว้นทีมจากพรีเมียร์ลีก และยังมีอีกหลายกลุ่มรอการยืนยันในวันพุธ

แต่ตอนนี้ปอร์โต้ และบาเยิร์น มิวนิกอยู่ในกลุ่มทีมที่ลิเวอร์พูลสามารถเผชิญหน้าได้

เลกแรกจะเล่นในแอนฟิลด์จะเล่นในวันที่ 14/15/21/22 ในเดือนกุมภาพันธ์ และกลับมาเล่นอีกนัดในวันที่ 7/8/14/15 มีนาคม