แน่นอนว่าเขาเป็นเด็กเก็บบอลหัวไจจากค่ำคืทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปที่แอนฟิลด์

แคนโนนิเออร์ในวัย 14 ปีภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่กับพรี-แอสซิสต์ในจังหวะ ‘เตะมุมเร็ว… โอรีกี’ ซึ่งช่วยให้หงส์แดงคว้าตัวผ่านเข้าชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปี 2019 และตัวของเขาเองอยู่ในเรื่องเล่าของสโมสร

แต่ผลผลิตของอะคาเดมีตอนนี้อยู่ในวัย 17 ปี มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าในบทใหม่ให้กับทีมที่เขาสนับสนุน

“มันทำให้ผมภาคภูมิใจ มันคือช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่มาก” แคนโนนิเออณ์ยอมรับในระหว่างการพูดคุยกับ Liverpoolfc.com “แต่ผมอยากจะเป็นนักฟุตบอล ไม่ใช่เด็กเก็บบอล”

เขาก้าวผ่านมายังทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในเดือนกรกฎาคม กองหน้ารายนี้ทำไป 23 ประตูในทุกรายการให้กับทีมยู-18 ในฤดูกาลนี้ และเรื่องราวที่พลิกชีวิตของเขาก่อนวันครบรอบวันเกิด 15 ปีก็เป็นแรงผลักดันเขาเป็นอย่างดี

กับการส่งบอลให้เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ต่อหน้าอัฒจันทร์เดอะ ค็อปในนาทีที่ 79  ของรอบรองชนะเลิศ เลกที่สอกับบาร์เซโลนา และตามด้วยการยิงเข้าไปของดิว็อค โอริกีที่ทำให้เขาถูกจดจำไปด้วย

“ผมเลือกตรงนั้นเพราะบรรยากาศ และอะไรทำนองนั้น” เขาเล่าถึงค่ำคืนดังกล่าว “ผมเคยทำหน้าที่ในบางเกมก่อนหน้านี้ อย่างเช่นตอนที่ลอฟเรนโหม่งทำประตู ลอฟเรนสไลด์มาที่มุมที่ผมอยู่ ผมโชคดีมากทตอนที่มันมาตรงเด็กเก็บบอล ถ้าพูดตามตรง!”

“แน่นอนว่าลิเวอร์พูลตามหลัง ดังนั้นผู้ช่วยผู้จัดการทีมบอกคาร์ล โค้ชของเราว่าต้องบอลที่รวดเร็วเพื่อเล่นเกมแบบเข้มข้น และอะไรแบบนั้น เพราะว่าเราตามหลัง 0-3 ทุกอย่างต้องเร็ว และคุณต้องเก็บบอลกลับมาในสนามให้เร็วที่สุด”

“ผมไปโรงเรียนในวันถัดไป และแฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคนในโรงเรียนของเราต่างเข้ามาหาผม และบอกว่า ‘นายช่วยให้เราชนะเกม!’ ผมต้องไปอีกห้อง เพราะว่ามีคนเข้ามาหาผมเยอะมาก”

“มันยังคงบ้านิดหน่อย คนที่ติดต่อผมทางโซเซียล มีเดียต่างเรียกผมว่าตำนานลิเวอร์พูล แต่ถ้าคุณพิจารณาสิ่งที่เทรนต์ทำให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่ และได้แชมป์อะไรต่างๆ ร่วมกับพวกเขา ผมอยากจะทำอย่างนั้น ผมไม่อยากจะเป็นแค่ตำนานเด็กเก็บบอล คุณคงรู้ว่าผมหมายถึงอะไร?”

การทำหน้าที่ของเขาก็ได้รับการจดจำจากเจอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อแคนโนนิเออร์พบว่าตัวเองได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ที่แอกซ่า เทรนนิ่ง เซนเตอร์

รเขาเปิดเผยในเรื่องนี้ว่า “ผมได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่สองสามสัปดาห์ก่อน และบอสเข้าหาผม และเขาพูดว่า ‘ผมแค่อยากจะขอบคุณ’ สำหรับสิ่งที่ผมเคยทำ”

แต่มันไม่ได้มาจากเรื่องนั้น มันมาจากพัฒนาการของเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาจนได้รับการจับตามองจากทีมชุดใหญ่ และการเซ็นสัญญาใหม่ในช่วงซัมเมอร์เป็นตัวจุดประกายสำหรับฤดูกาลสำคัญ

“ผมทำได้หลายประตู และผมก็คิดถึงการต่อยอดจากจุดที่ผมอยู่ในตอนนี้”แคนโนนิเออรืกล่าว “การเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกเป็นเรื่องใหญ่มาก มันคือเรื่องที่ผมทำงานมาตลอดทั้งชีวิต และท้ายที่สุดก็ได้เทิร์นโปร ผมตื่นเต้นมาก”

“ผมมีประสบการณ์ที่ดี (ในการฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่) มีนักเตะจากทีมยู-18 สองสามคนขึ้นมากับผม ดังนั้นผมไม่ได้อยู่คนเดียว แต่นักเตะทุกคนน่ารัก และต้อนรับผมเป็นอย่างดี”

“พวกเขาเป็นนักเตะที่ดีมาก มันเหมือนกับที่คุณดูในทีวี แต่หลังจากนั้นเมื่อคุณพบกับเขาในชีวิตจริง… แค่ติอาโก้ได้บอล และทำอะไรต่างๆ ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมคิดว่า ‘ว้าว’ “

“คุณต้องถ่อมเนื้อถ่อมตัวเมื่อคุณกลับไปที่อะคาเดมี คุณจะไม่ได้กลับมา และคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญหลังจากการซ้อมดีๆ กับทีมชุดใหญ่”

แคนโนนิเอร์ขึ้นมาในอะคาเดมีของหงส์แดงในเคิร์กบีตั้งแต่ระดับยู-12 หลังจากย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ด เขาย้ายจากครอบครัวในยอร์คเชียร์มาอยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์ เพื่อพยายามทำให้ความฝันกลายเป็นความจริง

เขาเล่าย้อนไปถึงช่วงเวลาในบ้านเกิดว่า “ผมย้ายไปอยู่กับสองสามสโมสร แต่ผมอยากจะลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลตลอด ดังนั้นมันไม่ต้องคิดเลยฎ

“ผมไปอยู่บ้านผู้ปกครองตอนมัธยมต้น เพื่อไปเข้าโรงเรียนในลิเวอร์พูล และมันง่ายสำหรับการเดินทางมากกว่า แทนที่จะไปจากลีดส์ถึงลิเวอร์พูลทุกวัน ผมพยายามทุ่มเทเต็มที่เพื่อโอกาสในการเตรียมตัว และอะไรแบบนี้”

“ตอนนี้ผมมีน้องชายสองคนอยู่กับสโมสร คนหนึ่งอยู่ยู-12 และอีกคนอยู่ยู-6 ที่กำลังพยายามจะได้สัญญาเล็กๆ ฉบับแรกของเขา”

ตลอดเวลา แคนโนนิเออร์มีการพัฒนาขึ้นเป็นกองหน้าที่ทำประตูมากมายอย่างที่เห็นในเวลานี้ และตัวเลขในทีมของมาร์ก บริดจ์-วิลกิลสันก็ถูกจับตามองมากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการช่วยเหลือของโค้ชจากอะคาเดมีหลายคน และอดีตกองหน้าลิเวอร์พูลบางคนที่เขาชื่นชอบ

“ผมเคยทำแอสซิสต์มากกว่านี้ ผมเคยเล่นเป็นเบอร์ 10” เขาเปิดเผย “การถอยต่ำ และอะไรแบบนั้น ไม่ว่าตอนนี้ผมจะทำอะไรในฐานะศูนย์หน้า มันช่วยเผมได้ ผมไม่ได้คิดมากที่จะสลับตำแหน่งกับเด้กคนอื่นๆ และพยายามสร้างโอกาสให้กับพวกเขา และไม่แค่คิดถึงตัวเอง แต่กับประตูที่ผมทำได้มากมาย ผมรู้ว่ามันช่วยให้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ดีเช่นกัน”

“ตอนที่ผมอายุน้อยกว่านี้ ผมเคยชอบตอร์เรส แต่หลังจากที่เขาย้ายไปเชลซี มันเปลี่ยนเป็นซัวเรซ ผมชอบสองคนนี้ พวกเขาก็เป็นดาวยิง และพวกเขาเป็นนักเตะที่ชี้เป็นชี้ตายเสมอ และผมอยากจะเป็นอย่างนี้”

“ผมไม่ชอบที่ยิงไม่ได้ (ในเกมต่างๆ) ถ้าพูดตามตรง ผมไม่อยากจะพูดคุยกับใครอีก มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่ผมกดดันตัวเองให้ยิงประตู ผมอยากจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมต้องคิดบวก และต้องไม่คิดในแง่ลบ”

ทัศนคตินี้จะเป็นตัวแปรสำคัญสู่เป้าหมายความสำเร็จของแคนโนนิเออร์ในอนาคต และท้ายที่สุดเขาจะได้รับการรู้จักเป็นวงกว้างว่าสิ่งที่เขาทำในวันที่ 7 พ.ค. 2019

“เด้กๆ ทุกคนอยากจะคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ นั่นคือเป้าหมายใหญ่สำหรับระยะสั้น”เขาปิดท้ายโดยให้รายละเอียดถึงเป้าหมายของเขาในอาชีพ “แต่ระยะยาวคือการสอดแทรกไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูล”

“แน่นอนว่าสามประสานในแดนหน้าตอนนี้น่าเหลือเชื่อมาก แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอีกสองสามปี หรือสักวันผมจะสอดแทรกเข้าไปได้”