นักเตะวัย 19 ปีได้รับรางวัลนี้เป็นครั้งแรกในอาชีพ โดยเขารั้งอันดับหนึ่งนำหน้าโรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ และลุยส์ ดิอาซจากผลงานการลงเล่น 8 เกมตลอดสอเดือนแรกในฤดูกาล 2022-23 เช่นกันกับการทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก

เจ้าของเสื้อเบอร์ 19 กล่าวกับเว็บไซต์สโมสรหลังการรับรางวัลที่แอกซ่า เทรนนิง เซนเตอร์ว่า “การคว้ารางวัลเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ผมคิดว่าในฐานะทีมมันเป็นสองสามเดือนที่มีหลายอย่างผสมปนเปกัน”

“ชัดเจนว่าเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างที่เราต้องการ และผ่านไปสองเดือนที่ไม่ได้รับผลการแข่งขันอย่างที่เราต้องการเช่นกัน”

“แต่ใช่แล้ว โดยส่วนตัวผมมีความสุขมากที่ได้รับรางวัลนี้ และทุกอย่างต้องขอขอบคุณแฟนๆ และทุกคนที่โหวตให้กับผม ตัวผมเอง และครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งกับมันมาก แต่งานไม่ได้จบตรงนี้ ตอนนี้มันเป็นการเข้าสู่เดือนต่อไป และที่เหลือของฤดูกาลที่จะทำให้แน่ใจว่าเราทำให้มันถูกต้อง”

เอลเลียตต์เป็นตัวหลักในฤดูกาลนี้ และทำประตูแรกในลีกสูงสุดจากลูกปั่นโค้งสุดสวยในเกมที่ลิเวอร์พูลชนะบอร์นมัธ 9-0 และเขายังโชว์ฟอร์มเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในเกมชนะนิวคาสเซิล ที่ผู้จัดการทีมของเขาพูดถึงเขาว่า ‘นักเตะที่ดีที่สุดในสนาม อย่างไม่มีข้อสงสัย’

เอลเลียตต์กล่าวต่อไปว่า “ผมคงยังไม่บอกว่าตัวเองเป็นตัวจริงตัวเหลัก แต่ผมเนตัวจริง 2-3 เกม และผมคิดว่าผมได้ลงเล่นทุกเกมในฤดูกาลนี้”

“ซึ่งการที่สามารถพูดว่าผมทำสำเร็จจนถึงเวลานี้เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ผมพูดเสมอว่าไม่มีอะไรที่ต้องย้อนมองกลับไป และที่เหลือคือเป้าหมายของผม และประตู ผมต้องการคงมันไว้อย่างนี้ต่อไป ผมก็แค่ต้องการช่วยให้พวกเขาเดินหน้าต่อไป ผมแค่ต้องการทำให้แน่ใจว่าผมได้อยู่ในทีม หรือลงเป็นตัวสำรองถ้าจำเป็น”

“ดังนั้นการเป็นตัวจริงสองสามนัด และสองเกามที่ผมได้ลงเล่นนั้นเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก และทุกอย่างต้องขอบคุณทีมโค้ชที่เชื่อมั่นในตัวผม และให้โอกาสผมลงเล่น แต่มันยังไม่พอ และเราสามารถย้อนกลับมาดูในช่วงจบฤดูกาล และรอดูว่าผมมาจากตรงไหน”