เมื่อ “หอคอยคู่” ฟื้นคืนชีพ ท่าไม้ตายที่กลับมาของ Klopp

เมื่อ “หอคอยคู่” ฟื้นคืนชีพ ท่าไม้ตายที่กลับมาของ Klopp

ในการประลองของเหล่าชาวยุทธ์ หากสำนักใดหวังจะถูกจัดเป็นสถาบันที่อยู่ในกลุ่ม “ยอดฝีมือ” หวังเป็นสำนักใหญ่ในยุทธภพ ย่อมต้องมี “ท่าไม้ตาย” อยู่บ้าง อย่างน้อยก็ท่าสองท่า

ท่ามกลางท้องฟ้าอันสดใสที่แอนฟิลด์ หลังรอดพ้นจากการเสียประตูไปก่อน 2 ครั้ง 2 หน เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องจากสำนักหงส์แดง ของปรมาจารย์ Jurgen Klopp ก็รวบรวมสมาธิ พลิกแพลงแผนค่ายกล เข้าบุกโจมตีผู้มาเยือนจากสำนักปราสาทเรือนแก้วไม่ให้ลืมหูลืมตา
แม้อาวุธหนักจากริมเส้นทั้งสองฝั่งจะหายไป แต่จอมยุทธ์ตัวเก๋าอย่างน้ามิลลี่ และจอมยุทธ์หนุ่มที่กำลังมั่นใจอย่าง Kostas ก็พอทดแทนได้ เพียงแต่วันนี้ ด่านสุดท้ายของคู่ต่อสู้ ฟอร์มดีเหลือเกิน ในเวลาเดียวกันกับที่ Jota ส่งลูกยิงจ่อๆเหินข้ามคานไปอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะทำยังไง ก็สร้างบาดแผลให้คู่ต่อสู้ไม่สำเร็จ
นี่อาจไม่ใช่วันที่ดี … แฟนคลับสำนักหงส์หลายคน อาจจะเผลอคิดไปแบบนั้นแล้ว
แต่เจ้าสำนัก Jurgen Klopp ก็แสดงให้เห็นว่า “หากจะคิดการใหญ่ หวังถึงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ ต้องมีท่าไม้ตาย”
การเล่นลูกตั้งเตะเข้าไปในกรอบเขตโทษของลิเวอร์พูล ไม่สามารถสร้างความเกรงขามให้คู่ต่อสู้ได้เลยนับตั้งแต่พวกเขาสูญเสีย Virgil van Dijk ไปตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่แล้ว โดยเฉพาะลูกเตะมุม เว้นแต่จะเพิ่มตัวผู้เล่นเข้ามาในกรอบเขตโทษ แบบเดียวกับประตูมหัศจรรย์ที่ Alisson ทำได้ในนาทีสุดท้ายกับ WBA ในช่วงท้ายฤดูกาล
แต่ใน 2 นัดหลังสุด “การเล่นลูกตั้งเตะเข้าไปกรอบเขตโทษ” กลับมาเป็นท่าไม้ตายอันทรงพลังของพวกเขาอีกครั้ง เมื่อได้ 4 ประตูติดกันจากลูกเตะมุม
“Goal” ที่มาพร้อมการคืนชีพของ “หอคอยคู่” ซึ่งเป็นท่าไม้ตายที่ถูกนำมาใช้และได้ผลดีนับตั้งแต่กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ย้ายเข้ามา
Van Dijk และ Matip
ส่วน Konate ที่ลงเล่นเปิดตัวในเกมนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาพร้อมเข้ามาเป็นหนึ่งในคู่หอคอยเช่นกัน แม้ว่าในเกมรับจะถูกทดสอบหลายครั้ง แต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความสับสนบ้างในการเล่นนัดแรก
มาไล่ดูกันทีละประตู
ประตูแรก Konate กับ Jota เข้าไปอัดกับตัวประกบที่เสาสอง โดย van Dijk แค่ยืนถอยออกมาเล็กน้อย ทำให้พาเลซใช้ 3-4 คนเน้นไปป้องกันที่เสาสอง แต่ Tsimikas เปิดบอลเลยเสาแรกมานิดเดียวให้ Salah ที่แอบอยู่หลัง van Dijk วิ่งมาโฉบโหม่งโล่งๆเกือบเสียบมุม ถึงจะถูกปฏิเสธโดย Guaita ผู้รักษาประตู แต่ Mane ก็เป็นอีกคนที่มีเวลามากพอจนซ้ำง่ายๆเข้าไป จังหวะนี้ลิเวอร์พูลใช้ผู้เล่น 5 คน ส่วนพาเลซใช้ 7 คน
ประตูที่สอง ลูกเตะมุมจาก Tsimikas คนเดิม พาเลซมีผู้เล่นหน้าปากประตูตัวเองถึง 7 คน ไปเผ้าเสาแรก 1 คน ส่วนลิเวอร์พูลมีแค่ 4 คน ให้ทั้ง Konate และ van Dijk วิ่งตั๊นเข้าไปตรงกลาง โดยมี Mane เข้าไปช่วยปั่นป่วน จนตัวประกบเทเข้าไปหา 2 เซ็นเตอร์แบ็คของลิเวอร์พูล เมื่อ van Dijk กลายเป็นคนที่สะกิดบอลลอยมาเสาสองได้ ผลที่ได้คือ Salah ยืนโล่งๆทั้งที่มีตัวผู้เล่นน้อยกว่าถึง 3 คน วอลเลย์ด้วยซ้ายจ่อๆเข้าไป
ประตูที่สาม พาเลซใช้ 5 คนหน้าปากประตู อีก 3 คน ประคองอยู่ในกรอบเขตโทษ ส่วนลิเวอร์พูลให้ Konate วิ่งไปที่เสาแรก Mane กับ van Dijk มาที่กลางประตู และ Origi ฉีกไปที่เสาไกล คราวนี้ Mo Salah เป็นคนเตะมุมจากฝั่งขวาพุ่งเป้าไปที่ van Dijk เพื่อกดดันผู้รักษาประตู แม้ Guaita จะชกบอลออกมาได้ แต่ก็ทำให้ Naby Keita มีเวลามากพอที่จะตั้งป้อมปืนใหญ่ วางเท้าถนัดๆ ยิงสวนเข้าไป
ยังมีนาทีที่ 63 ฟรีคิกจากริมเส้นฝั่งซ้าย Tsimikas คนเดิม เปิดโค้งเข้ามา ลิเวอร์พูลใช้แผงหน้ากระดาน 5 คน เรียงเข้าใส่ผู้เล่นพาเลซ 6 คน ตรงกลางเป็นหอคอยคู่ และ van Dijk โหม่งได้ก่อน น่าเสียดายที่ข้ามคาน
ผลจากการเสียทั้ง van Dijk และ Matip เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ลิเวอร์พูลสูญเสียประสิทธิภาพจากลูกตั้งเตะไป ยิ่งในยามที่แผนค่ายกลทั้งปวงมิอาจเจาะเกมรับคู่แข่งได้ หรือในยามที่เหล่ากองหน้าฟอร์มหลุด ก็ไร้ซึ่งอาวุธในการปลิดซีพคู่ต่อสู้ไปด้วย
หากหวังเป็นสำนักใหญ่ในยุทธภพ หากหวังเป็นเจ้ายุทธภพ ย่อมต้องมี “ท่าไม้ตาย” อยู่บ้าง และการหวังได้ประตูจากลูกตั้งเตะ ย่อมเป็นหนึ่งในท่าไม้ตายที่ต้องมี
ดูเหมือนว่า “หอคอยคู่” ของ Jurgen Klopp ได้กลับมาอาละวาดในยุทธภพเรียบร้อยแล้ว
– มารชรา –

• เรื่องน่าสนใจ •

สัมภาษณ์แรกของวาตารุ เอ็นโด ‘มันคือฝันที่เป็นจริงที่ผมได้เซ็นสัญญากับทีมลิเวอร์พูล’

วาตารุ เอ็นโด อธิบายว่าเขาบรรลุความทะเยอทะยานที่มีมาอย่างยาวนานอย่างไร...