รายการ Review Show ของ LFCTV ได้เจาะลึกภายใต้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลของออปต้าที่จะเน้นไปที่ตัวเลขที่เป็นแนวทางสำคัญๆ จาก 29 เกมในลีกสูงสุดของหงส์แดง

การช่วยกันทำประตู

ลิเวอร์พูลทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกจนถึงเวลานี้ รวมแล้ว 75 ประตูจากทุกตำแหน่ง โดยมี 17 รายชื่อที่ทำประตูได้เทียบเท่ากับสถิติของสโมสรในฤดูกาล2019-20, 2015-16 และ1911-12

โดยนักเตะที่ยังทำประตูไม่ได้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของทีมยังเหลือฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, เจมส์ มิลเนอร์, คอสตาส ซิมิกาส, อิบราฮิมา โกนาเต้ และโจ โกเมซ

การสร้างสรรค์โอกาส และเปลี่ยนโอกาสทองเป็นประตู

ลิเวอร์พูลเป็นผู้นำในลีกจากทั้งสองประเภทนี้ในส่วนของเกมรุกเช่นกัน โดยทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์สร้างโอกาสยิงไปแล้ว 555 ครั้ง มากกว่าแมนฯ ซิตี้ที่ตามมาในส่วนนี้เป็นอันดับ 2 อยู่ 19 ครั้ง และมากกว่าอาร์เซนอลที่เป็นอันดับ 3 ถึง 127 ครั้ง

จาก 55 ครั้งนี้ มี 113 ครั้งที่ออปต้าจัดอยู่ในประเภท ‘โอกาสทอง’ ที่มีโอกาสที่จะทำประตูได้สูงซึ่งมากที่สุดในลีก แปลว่า 20.4 เปอร์เซ็ต์ของโอกาสทั้งหมดถูกนับเป็นโอกาสทอง และพวกเขาทำได้ 60 ครั้ง หรือเปลี่ยนเป็นประตูได้ในอัตรา 53.1 เปอร์เซ็นต์ โดยเวสต์แฮมอยู่อันดับสองตามมาที่ 31 ประตูจากโอกาสทอง 60 ครั้ง (51.7 เปอร์เซ็นต์)

ความยืดหยุ่นทางฝั่งขวา

ลิเวอร์พูลมีความยืดหยุ่นทางฝั่งขวาอย่างมากในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ทำไป 11 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และรวมถึง 2 ประตู รวมกับโมฮาเหม็ด  ซาลาห์ที่อยู่ปีกขวา ทั้งคู่รวมกันสร้างโอกาสไป 20 ครั้ง สูงที่สุดในการประสานงานของทีม

ซึ่งมิดฟิลด์ตัวกลางทางด้านขวาก็มีส่วนสร้างอันตรายในระบบามเหลี่ยมเกมรุกที่เจอร์เก้น คล็อปป์เคยพูดถึง โดยจอร์แดน เฮนเดอร์สัน และซาลาห์ยังจ่ายให้กันรวม 348 ครั้ง และสร้างโอกาสได้ 10 ครั้งจากจำนวนนั้น ซึ่งกัปตันทีมแสดงการเล่นที่ไม่เห็นแก่ตัวกับการวิ่งไล่ 407 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในหมู่มิดฟิลด์ตัวกลางในพรีเมียร์ลีก

การดันแนวรับขึ้นไปสูง

ไม่มีทีมใดในพรีเมียร์ลีกเก็บคลีนชีตมากกว่าที่ลิเวอร์พูลทำได้ 17 ครั้ง และส่วนหนึ่งมาจากการยืนแนวรับสูง

โดยค่าเฉลี่ยลำดับการเล่นของลิเวอร์พูลจะเร่มต้น 45.6 เมตรจากเส้นประตูของพวกเขาเอง และอีกทีมที่สูงใกล้เคียงกันคือแมนฯ  ซิตี้ที่ 45.2 เมตร และไบรท์ตัน 43.9 เมตร

แนวรับที่สูงนี้ทำให้หงส์แดงมีโอกาสจับล้ำหน้าคู่แข่งมากขึ้น และรวมแล้วถึง 121 ครั้งที่หงส์แดงจับล้ำหน้าคู่แข่งได้ในฤดูกาลนี้ ห่างจากซิตี้ในอันดับสองที่ตามมาที่ 71 ครั้ง

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (37) และโจเอล มาติป  (34) นำในลีกในการเป็นตัวเช็กล้ำหน้าคนสุดท้าย

แรงผลักดันจากดิอาซ

ลุยส์ ดิอาซแจ้งเกิดได้ทันทีที่ย้ายมาแอนฟิลด์ นับตั้งแต่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเกมแรกกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เขาเป็นผู้นำสถิติการครองบอล (15) โดยจาก 498 นาที ดิอาซยังพาบอลขึ้นหน้าสำเร็จ 54 ครั้ง โดย 13 ครั้งจบลงด้วยการยิงด้วยตัวของเขาเอง หรือสร้างโอกาส

เขายังจับตลอดในเขตโทษคู่แข่งมากถึง 46 ครั้ง มีเพียงซาลาห์ และบูกาโย่ ซาก้าที่ทำได้มากกว่าในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา