รายชื่อนักเตะ  

11 ตัวจริง: อลิสสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, ติอาโก้, ฟาบินโญ่, โจนส์, มาเน่, โชต้า, และซาลาห์

สำรอง: อาเดรียน, เคลเลเฮอร์, มิลเนอร์, เกอิต้า, โกเมซ, เฮนเดอร์สัน, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, มินามิโนะ, ซิมิกาส, ดิอาซ, โอริกี และเอลเลียตต์

จังหวะที่สำคัญ

  • นาที 62 มาร์ติเนซยิงให้อินเตอร์นำ 0-1

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกที่สอง ด้วยการรับการมาเยือนของอินเตอร์มิลาน ที่แอนฟิลด์ หลังจากบุกไปชนะ 2-0 ในเกมเลกแรก

เมื่อเริ่มเกม ทีมเยือนได้โอกาสก่อนใน นาที 6 ดัมฟรี่ส์ได้ยิงในเขตโทษ ตรงตัวอลิสสัน

นาที 16 ฟาน ไดจ์คขยับตัวโหม่งเตะมุมของเทรนต์ เข้าซองของฮันดาโนวิช ก่อนที่นาที 21 เทรนต์มาขวางเลาตาโร่ในจังหวะอินเตอร์จะเล่นทะลุช่องได้อย่างยอดเยี่ยม

ก่อนเกมมาถึงครึ่งชั่วโมง ลิเวอร์พูลทำได้ใกล้เคียงสองครั้งในนาที 29 มาติปโขกฟรีคิกของเทรนต์ บอลพุ่งไปชนคาน ก่อนที่นาที 30 ฟาน ไดจ์คขึ้นมาโหม่งลุ้นทำประตูจากเตะมุม บอลแฉลบสคริเนียร์ออกหลัง

ในช่วงท้ายครึ่งแรก นาที 41 คัลฮาโนกลูยิงฟรีคิกมาหน้าประตู อลิสสันพุ่งปัดทิ้งออกไป ก่อนทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก 5 นาที

นาที 45+6 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกระยะอันตราย เทรนต์รับหน้าที่ดังกล่าวแต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีมต่างมีโอกาสลุ้นทำประตูแต่ยังไม่สามารถจะทำอะไรกันได้ เสมอกันอยู่ 0-0

เกมในครึ่งหลัง

ทีมเยือนยังเป็นฝ่ายได้โอกาสก่อน ในนาที 47 อเล็กซิสได้พุ่งโหม่งฟรีคิก อลิสสันป้องกันเอาไว้แต่เป็นการล้ำหน้าไปก่อน

ลิเวอร์พูลได้ลุ้นบ้างใน นาที 48 เทรนต์ขึ้นมายิงทางขวา เข้ามือของฮันดาโนวิช และในนาที 52 ซาลาห์ได้เก็บตกจังหวะฮันดาโนวิชพุ่งออกมาขวางโชต้าแต่บอลที่เขายิงมันไปชนเสากระดอนออกมา

อินเตอร์ขึ้นบุกระลอกใหญ่ นาที 58 คัลฮาโนกลูได้จบในจังหวะอินเตอร์โต้มาแต่ไม่ผ่านมาติป ก่อนที่ในนาทีต่อมาเลาตาโร่มีโอกาสยิงเน้นๆ ไปแฉลบแผงหลังลิเวอร์พูลออกหลังนิดเดียว และนาที 60 อัมโบรซิโอจับบอลลงแล้วยิง ลูกข้ามคาน

แต่อินเตอร์ก็สามารถทำประตูขึ้นนำได้ในนาที 62 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ทำประตูให้อินเตอร์บุกนำ 1-0

แต่ในอีกนาทีต่อมา นาที 63 อเล็กซิสรับใบแดงหลังจากไปเสียบใส่ฟาบินโญ่

ทีมลิเวอร์พูล เปลี่ยน 2 คน ในนาที 65 โจนส์กับติอาโก้ได้พัก เกอิต้ากับเฮนเดอร์สันลงมาทำหน้าที่แทน

นาที 70 มาเน่ไปฟาล์วใส่บาสโตนี่ รับใบเหลือง

ลิเวอร์พูลมีโอกาสตีเสมอในนาที 76 เมื่อซาลาห์พุ่งมายิงบอลของมาเน่ ลูกพุ่งไปชนเสาอีกครั้ง

นาที 84 ดิอาซลงมาเล่นแทนที่ของโชต้า

นาที 84 บาสโตนี่รับใบเหลืองหลังจากไปฟาล์วใส่ซาลาห์

นาที 89 ฟาน ไดจ์คกดดันเวซิโน่จนเกือบโหม่งเข้าประตูตัวเองในจังหวะเตะมุมของลิเวอร์พูล

ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 5 นาที

นาที 90+2 ดิอาซจบการโต้กลับเร็วของลิเวอร์พูล แต่วิดัลพุ่งมาบล็อคออกหลังอย่างหวุดหวิด

จบเกม ลิเวอร์พูลเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีกหลังจากสกอร์รวม 2 นัดเอาชนะอินเตอร์ มิลาน 2-1